แบบแปลน A0 A1 A2 ต่างกันอย่างไร? ขนาดจริงและการเลือกใช้ในงานโครงการ
A0, A1 และ A2 เป็นขนาดกระดาษที่พบได้บ่อยในงานก่อสร้าง สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม แต่การเลือกขนาดแบบแปลนไม่ควรดูเพียงว่ากระดาษใหญ่หรือเล็ก เพราะยังเกี่ยวข้องกับ Layout, Scale, ขนาดตัวหนังสือ รายละเอียด Drawing และวิธีนำเอกสารไปใช้งาน
บทความนี้อธิบายขนาดจริงของ A0 A1 A2 ความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละขนาด และสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนย่อหรือขยายแบบ เพื่อให้เอกสารที่ผลิตสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
A0 A1 A2 มีขนาดเท่าไร
A0, A1 และ A2 อยู่ในตระกูลกระดาษ A Series โดยเมื่อเรียงจาก A0 ไป A1 และ A2 ขนาดพื้นที่ของกระดาษจะลดลงตามลำดับ
| ขนาด | มิติ | มิติเป็นเซนติเมตรโดยประมาณ | ลักษณะทั่วไป |
|---|---|---|---|
| A0 | 841 × 1,189 มม. | 84.1 × 118.9 ซม. | เป็นขนาดใหญ่ เหมาะกับ Drawing ที่มีรายละเอียดจำนวนมากหรือ Layout ที่ถูกกำหนดมาเป็น A0 |
| A1 | 594 × 841 มม. | 59.4 × 84.1 ซม. | พบได้บ่อยในแบบก่อสร้าง แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง และแบบระบบ |
| A2 | 420 × 594 มม. | 42.0 × 59.4 ซม. | มีขนาดเล็กกว่า A1 เหมาะกับ Drawing ที่จัด Layout สำหรับ A2 หรือเอกสารที่ยังอ่านรายละเอียดได้ชัดเจนในขนาดนี้ |
A0 A1 A2 มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
กระดาษตระกูล A Series ถูกออกแบบให้รักษาสัดส่วนของหน้ากระดาษเมื่อแบ่งครึ่งด้านยาว ตัวอย่างเช่น เมื่อแบ่ง A0 ครึ่งหนึ่งจะได้ขนาดใกล้เคียง A1 และเมื่อแบ่ง A1 ครึ่งหนึ่งจะได้ A2
841 × 1,189 มม.
เป็นจุดเริ่มต้นของขนาดที่นำมาเปรียบเทียบในบทความนี้ เมื่อแบ่งพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งจะได้ A1
594 × 841 มม.
มีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของ A0 และยังคงสัดส่วนหน้ากระดาษใกล้เคียงเดิม
420 × 594 มม.
มีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของ A1 จึงเหมาะกับงานที่ออกแบบ Layout สำหรับขนาดนี้ตั้งแต่ต้น
แม้สัดส่วนของหน้ากระดาษจะสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้หมายความว่า Drawing สามารถย่อจากขนาดหนึ่งไปอีกขนาดหนึ่งแล้วใช้ Scale เดิมได้โดยอัตโนมัติ
ควรเลือกพิมพ์แบบ A0 A1 หรือ A2 อย่างไร
หลักสำคัญคือควรอ้างอิงขนาด Layout ต้นฉบับและวัตถุประสงค์การใช้งานก่อน ไม่ควรเลือกขนาดจากราคาหรือความสะดวกในการถือเพียงอย่างเดียว
เลือก A0 เมื่อ
- Layout ถูกจัดทำเป็น A0
- Drawing มีรายละเอียดจำนวนมาก
- มีข้อความหรือ Dimension จำนวนมาก
- ต้องการพื้นที่สำหรับแสดงหลาย Detail
- โครงการกำหนดขนาดเอกสารไว้ชัดเจน
เลือก A1 เมื่อ
- Layout ต้นฉบับถูกจัดทำเป็น A1
- ต้องใช้แบบในหน้างานหรือที่ประชุม
- รายละเอียดสามารถอ่านได้ชัดเจนใน A1
- โครงการใช้ A1 เป็นขนาดหลักของ Drawing
- ต้องการพับและจัดชุดแบบจำนวนมาก
เลือก A2 เมื่อ
- Layout ถูกออกแบบเป็น A2
- Drawing มีรายละเอียดไม่หนาแน่น
- ข้อความและ Dimension ยังอ่านได้ชัดเจน
- ใช้สำหรับตรวจสอบหรืออ้างอิงบางประเภท
- ข้อกำหนดโครงการอนุญาตให้ใช้ A2
ขนาดกระดาษเกี่ยวข้องกับ Scale แบบแปลนอย่างไร
Scale หรือมาตราส่วนเป็นข้อมูลสำคัญใน Drawing หลายประเภท เช่น 1:50, 1:100 หรือ 1:200 โดยค่าดังกล่าวสัมพันธ์กับขนาดที่ Drawing ถูกจัดวางและพิมพ์ออกมาจริง
หาก Layout ถูกสร้างสำหรับ A1 ที่ Scale 1:100 แล้วนำไปสั่งพิมพ์แบบ “Fit to Page” บน A2 ขนาดของ Drawing บนกระดาษจะถูกย่อ และมาตราส่วนจริงอาจไม่ตรงกับ 1:100 อีกต่อไป
แบบระบุว่า “Scale 1:100” และถูกออกแบบไว้ใน Layout A1 หากผู้ใช้นำไฟล์เดียวกันไปพิมพ์ลง A2 โดยให้ระบบย่ออัตโนมัติ ข้อความ “1:100” ใน Title Block อาจยังอยู่เหมือนเดิม แต่ขนาด Drawing บนกระดาษถูกเปลี่ยนไปแล้ว
ก่อนพิมพ์แบบที่ต้องรักษา Scale ควรตรวจ
- Original Page Size ของไฟล์
- Scale ที่ระบุใน Drawing
- Plot Scale หรือ Print Scale
- มีการเลือก Fit to Page หรือไม่
- มี Detail หลาย Scale อยู่ในหน้าเดียวหรือไม่
- มี Scale Bar สำหรับตรวจสอบหรือไม่
- แบบจะถูกนำไปวัดระยะจากกระดาษหรือไม่
ย่อแบบ A0 เป็น A1 หรือ A1 เป็น A2 ได้หรือไม่
สามารถย่อขนาดเพื่อวัตถุประสงค์บางประเภทได้ แต่ต้องเข้าใจว่าการย่อทำให้ขนาดของทุกองค์ประกอบบนหน้าเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเส้น ตัวหนังสือ Dimension Symbol และ Scale ของ Drawing
กรณีที่อาจย่อได้
- ใช้เพื่ออ่านข้อมูลทั่วไป
- ใช้สำหรับประชุมหรืออ้างอิง
- ไม่ได้ใช้ไม้ Scale วัดจากกระดาษ
- ข้อความยังอ่านได้หลังย่อ
- ผู้รับผิดชอบโครงการยอมรับรูปแบบดังกล่าว
กรณีที่ควรระวังเป็นพิเศษ
- แบบต้องใช้ Scale วัดระยะ
- มี Detail ขนาดเล็กจำนวนมาก
- Dimension อยู่ใกล้กัน
- มีข้อความขนาดเล็ก
- เอกสารมีข้อกำหนดขนาดจากโครงการ

ขนาดกระดาษมีผลต่อความอ่านง่ายของ Drawing อย่างไร
แม้ Drawing จะสามารถย่อให้ลงบนกระดาษที่เล็กกว่าได้ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือผู้ใช้งานยังสามารถอ่านข้อมูลสำคัญได้หรือไม่
ข้อความและ Dimension
เมื่อลดขนาด Drawing ตัวหนังสือ Dimension และ Note จะเล็กลงตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้การอ่านในหน้างานหรือการตรวจแบบทำได้ยากขึ้น
น้ำหนักเส้น
เส้นที่อยู่ใกล้กันมากอาจดูหนาแน่นขึ้นเมื่อแบบถูกย่อ โดยเฉพาะ Drawing ที่มีรายละเอียดจำนวนมาก
Hatch และ Pattern
พื้นที่ Hatch ที่อ่านได้ชัดใน A0 หรือ A1 อาจดูแน่นหรือแยกประเภทได้ยากขึ้นเมื่อย่อเป็นขนาดเล็ก
รายละเอียดเฉพาะจุด
Detail, Section หรือสัญลักษณ์ขนาดเล็กอาจต้องใช้พื้นที่มากพอเพื่อให้สามารถอ่านข้อมูลประกอบได้ครบ
ตัวอย่างการเลือกขนาดแบบแปลนตามลักษณะงาน
| สถานการณ์ | แนวทางพิจารณา |
|---|---|
| แบบก่อสร้างที่ออก Layout เป็น A1 | ควรพิมพ์ A1 หากต้องการรักษารูปแบบและ Scale ตามที่ตั้งไว้ |
| แบบ A0 ที่มีรายละเอียดจำนวนมาก | ควรตรวจความอ่านง่ายก่อนย่อเป็น A1 เพราะข้อความและ Detail จะมีขนาดเล็กลง |
| Drawing ใช้ในที่ประชุมเท่านั้น | อาจพิจารณาขนาดที่เล็กลงได้หากไม่ต้องใช้ Scale และข้อมูลยังอ่านชัด |
| แบบสำหรับใช้วัดระยะจากกระดาษ | ต้องให้ความสำคัญกับ Scale และ Actual Print Size มากกว่าความสะดวกของขนาดกระดาษ |
| ชุด As Built สำหรับส่งมอบ | ควรตรวจข้อกำหนดของโครงการ ขนาดหลังพับ ลำดับ Drawing และรูปแบบเข้าเล่มก่อนผลิต |
Checklist ก่อนสั่งพิมพ์แบบ A0 A1 A2
- ตรวจว่าไฟล์เป็น Revision ล่าสุด
- ตรวจ Original Page Size
- ยืนยันว่าจะพิมพ์ A0, A1, A2 หรือขนาดอื่น
- ตรวจ Scale ของ Drawing
- ระบุ Actual Size หรือ Fit to Page ให้ชัดเจน
- ตรวจว่าตัวหนังสือและ Dimension อ่านได้
- ตรวจจำนวนหน้า
- ตรวจ Drawing Number
- ระบุจำนวนชุด
- ระบุสีหรือขาวดำ
- แจ้งว่าต้องการพับหรือไม่
- หากจัดหลาย Drawing ควรแนบ Drawing List
โดยเฉพาะงานที่มีหลายไฟล์ ไม่ควรระบุเพียงว่า “พิมพ์ A1 จำนวน 5 ชุด” หาก Drawing ในโฟลเดอร์มีหลายขนาดหรือหลาย Revision ควรแยกรายการให้ชัดเจนก่อนส่งผลิต
สรุป A0 A1 A2 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแบบแปลน
A0 มีขนาด 841 × 1,189 มม., A1 มีขนาด 594 × 841 มม. และ A2 มีขนาด 420 × 594 มม. แต่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าขนาดใดใหญ่กว่า ขนาดใดเล็กกว่า
ก่อนเลือกควรตรวจว่า Drawing ถูกออกแบบไว้บน Layout ขนาดใด ใช้ Scale เท่าใด มีรายละเอียดหนาแน่นเพียงใด และเอกสารจะถูกนำไปใช้เพื่ออ่านข้อมูลทั่วไปหรือใช้วัดระยะจากกระดาษ
หากต้องรักษา Scale และรูปแบบของ Drawing การพิมพ์ตาม Original Page Size มักเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมกว่าการย่อหรือขยายแบบอัตโนมัติ