คู่มือพิมพ์แบบแปลน A0 A1 A2: เตรียมไฟล์ CAD/PDF อย่างไรก่อนส่งพิมพ์
งานพิมพ์แบบแปลนไม่ได้มีเพียงการเลือกว่าจะพิมพ์ขนาด A0, A1 หรือ A2 เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาไฟล์ต้นฉบับ Scale, Layout, Plot Style, Font, External Reference, Revision, สีหรือขาวดำ จำนวนชุด ตลอดจนวิธีพับและจัดชุดหลังพิมพ์
บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ผู้รับเหมา วิศวกร สถาปนิก เจ้าของโครงการ และผู้ที่ต้องจัดเตรียมเอกสารโครงการควรตรวจสอบก่อนส่งไฟล์พิมพ์แบบแปลน เพื่อช่วยให้รายละเอียดของงานที่ส่งให้ผู้ให้บริการมีความชัดเจนตั้งแต่ต้น
พิมพ์แบบแปลนคืออะไร
การพิมพ์แบบแปลน คือการนำแบบก่อสร้าง แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง แบบระบบ หรือแบบวิศวกรรมจากไฟล์ดิจิทัลหรือต้นฉบับที่มีอยู่ มาผลิตเป็นเอกสารขนาดที่เหมาะกับการตรวจแบบ ประชุม ประสานงาน ใช้ในหน้างาน หรือจัดเตรียมเป็นเอกสารส่งมอบโครงการ
ในปัจจุบันคำว่า “พิมพ์แบบแปลน” หรือ “ปริ้นแบบแปลน” มักใช้เรียกรวมการพิมพ์ Drawing จากไฟล์ PDF หรือไฟล์ที่สร้างจากโปรแกรม CAD แม้ว่าวิธีผลิตจะแตกต่างจากกระบวนการพิมพ์เขียวแบบดั้งเดิมก็ตาม
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเครื่องพิมพ์รองรับกระดาษขนาดใด แต่ต้องแน่ใจว่าไฟล์ที่นำมาพิมพ์มีข้อมูลครบ และตั้งค่าตรงกับวัตถุประสงค์ของ Drawing นั้น
แบบก่อสร้าง
ใช้ประกอบการดำเนินงานในโครงการ โดยต้องระวังเรื่อง Scale, Dimension, Revision และข้อมูลที่ใช้หน้างาน
แบบสถาปัตยกรรม
อาจมีรายละเอียดเส้น น้ำหนักเส้น ตัวหนังสือ Hatch และองค์ประกอบที่ต้องตรวจสอบก่อน Plot
แบบโครงสร้าง
ควรตรวจ Drawing Number, Revision, Scale และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการอ้างอิงในโครงการ
แบบระบบ
แบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ปรับอากาศ หรือระบบอื่นอาจใช้สีและชนิดเส้นช่วยแยกข้อมูล จึงต้องกำหนดรูปแบบการพิมพ์ให้เหมาะสม
แบบแปลน A0, A1 และ A2 ต่างกันอย่างไร
A0, A1 และ A2 เป็นขนาดกระดาษในตระกูล A Series ที่ใช้กับเอกสารและ Drawing หลายประเภท การเลือกขนาดไม่ควรพิจารณาจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสัมพันธ์กับ Layout และ Scale ที่ผู้ออกแบบกำหนดไว้
| ขนาด | ขนาดโดยประมาณ | ลักษณะการใช้งาน | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|---|---|
| A0 | 841 × 1,189 มม. | เหมาะกับ Drawing ที่มีรายละเอียดจำนวนมาก หรือแบบที่กำหนด Layout มาในขนาดใหญ่ | Scale, ความยาวกระดาษ, พื้นที่พิมพ์ และการพับหลังพิมพ์ |
| A1 | 594 × 841 มม. | พบได้บ่อยในงานก่อสร้าง สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม | Original Page Size และ Scale ของ Layout |
| A2 | 420 × 594 มม. | เหมาะกับ Drawing ที่มีพื้นที่ข้อมูลน้อยลง หรืองานที่ออกแบบมาให้ใช้งานในขนาด A2 | ความอ่านง่ายของข้อความ Dimension และรายละเอียดเมื่อพิมพ์ |
พิมพ์แบบแปลนจาก CAD หรือ PDF แบบไหนเหมาะกว่า
ทั้ง CAD และ PDF สามารถเป็นต้นทางของงานพิมพ์แบบแปลนได้ แต่มีลักษณะการใช้งานต่างกัน การเลือกไฟล์ควรขึ้นอยู่กับว่าต้องมีการแก้ไข Plot Setting ก่อนพิมพ์หรือไม่ และข้อมูลประกอบของไฟล์ต้นฉบับครบถ้วนเพียงใด
ส่งไฟล์ CAD
เหมาะในกรณีที่ยังต้องตรวจหรือปรับ Layout และการ Plot จากไฟล์ต้นฉบับ แต่ต้องตรวจสอบทรัพยากรที่ไฟล์อ้างอิงไว้ให้ครบ
- Font
- Plot Style เช่น CTB/STB
- External Reference หรือ Xref
- รูปภาพที่ Link ไว้
- Layout
- Page Setup
- Scale
- Revision
ส่งไฟล์ PDF
เหมาะในกรณีที่ผู้ออกแบบหรือเจ้าของไฟล์ได้ตรวจแบบและกำหนด Layout สำหรับพิมพ์เรียบร้อยแล้ว เพราะ PDF ช่วยรักษารูปแบบหน้าที่ Export ออกมาไว้ได้ดีกว่าการนำไฟล์ต้นฉบับไปเปิดในสภาพแวดล้อมที่อาจมี Font หรือ Reference แตกต่างกัน
- ตรวจขนาด Page Size
- ตรวจว่าหน้าไม่ถูก Crop
- ตรวจเส้นและข้อความ
- ตรวจ Revision
- ตรวจว่า Scale ที่ต้องการสัมพันธ์กับ Page Size
- ตรวจจำนวนหน้าและลำดับหน้า
Scale แบบแปลนคืออะไร และทำไมต้องตรวจสอบก่อนพิมพ์
Scale หรือมาตราส่วน คือความสัมพันธ์ระหว่างขนาดที่แสดงบน Drawing กับขนาดจริงของวัตถุ ตัวอย่างที่พบได้ เช่น 1:50, 1:100 หรือ 1:200
การพิมพ์แบบโดยเปลี่ยนขนาดกระดาษ หรือใช้คำสั่งที่ปรับ Drawing ให้พอดีกับหน้ากระดาษโดยอัตโนมัติ อาจทำให้มาตราส่วนบนกระดาษไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หาก Drawing นั้นต้องใช้ Scale ในการวัดหรืออ้างอิง จึงควรตรวจสอบ Print Setting ก่อนผลิต
ก่อนพิมพ์ควรตรวจอะไรเกี่ยวกับ Scale
- Layout เดิมออกแบบมาสำหรับกระดาษขนาดใด
- Drawing ระบุ Scale เท่าใด
- ต้องการพิมพ์แบบ Actual Size หรือมีการปรับขนาด
- มี Detail หลาย Scale อยู่ในหน้าเดียวหรือไม่
- แบบมี Scale Bar สำหรับตรวจสอบภายหลังหรือไม่
- Drawing ใช้เพื่อดูข้อมูลทั่วไปหรือใช้วัดระยะจากกระดาษ
Checklist ก่อนส่งไฟล์ CAD เพื่อพิมพ์แบบแปลน
หนึ่งในสาเหตุที่ไฟล์ CAD แสดงผลต่างจากต้นทาง คือไฟล์มีองค์ประกอบที่อ้างอิงกับทรัพยากรภายนอก ดังนั้นก่อนส่งไฟล์ควรตรวจสอบองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องให้ครบ
1. Layout
ตรวจว่า Layout ที่ต้องการพิมพ์เป็นฉบับล่าสุด และไม่มี Layout ทดลองหรือ Layout เก่าปะปน
2. Plot Style
ตรวจ CTB หรือ STB ที่ใช้กำหนดน้ำหนักเส้นและรูปแบบการ Plot โดยเฉพาะ Drawing ที่ใช้สีของ Layer เป็นตัวควบคุมเส้น
3. Font
ตรวจ Font ที่ใช้ หากเครื่องที่เปิดไฟล์ไม่มี Font เดียวกัน อาจเกิดการแทน Font ทำให้ข้อความเปลี่ยนขนาดหรือรูปแบบ
4. External Reference
ตรวจ Xref และไฟล์เชื่อมโยงว่าถูกแนบมาครบ และ Path ไม่ทำให้ Reference หายเมื่อเปิดจากเครื่องอื่น
5. รูปภาพประกอบ
หาก Drawing มี Logo, ภาพ Raster หรือภาพประกอบที่ Link จากภายนอก ควรตรวจว่าไฟล์ดังกล่าวถูกส่งมาด้วย
6. Page Setup
ตรวจ Paper Size, Plot Area, Orientation และ Plot Scale ว่าตรงกับ Layout ที่ต้องการผลิต
7. Drawing Number
ควรตรวจหมายเลข Drawing ให้ตรงกับ Drawing List เพื่อลดความสับสนเมื่อต้องพิมพ์หลายไฟล์หรือหลายชุด
8. Revision
ตรวจว่าไฟล์ที่ส่งเป็น Revision ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้หรือพิมพ์จริง และแยกไฟล์เก่าออกจากชุดผลิต

พิมพ์แบบแปลนสีหรือขาวดำ ควรเลือกแบบไหน
การเลือกระหว่างแบบสีและขาวดำควรอ้างอิงวัตถุประสงค์ของ Drawing ไม่ควรพิจารณาจากความชอบเพียงอย่างเดียว เพราะบางแบบใช้สีเพื่อแยกข้อมูล ในขณะที่บางแบบสามารถอ่านและใช้งานได้จากน้ำหนักเส้นและสัญลักษณ์
พิมพ์สี
เหมาะกับแบบที่ใช้สีเพื่อแยกระบบ พื้นที่ สถานะ Revision หรือข้อมูลประเภทต่าง ๆ ซึ่งการเปลี่ยนเป็นขาวดำอาจทำให้ความแตกต่างระหว่างข้อมูลลดลง
พิมพ์ขาวดำ
เหมาะกับ Drawing ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานด้วยน้ำหนักเส้น เส้นประ Hatch Symbol และข้อความ โดยควรตรวจ Preview ก่อนว่าข้อมูลยังแยกจากกันได้ชัดเจน
ก่อนพิมพ์แบบหลายชุด ต้องตรวจ Revision อย่างไร
งานโครงการมักมี Drawing หลาย Revision หากไฟล์เก่าและไฟล์ใหม่อยู่ในโฟลเดอร์เดียวกัน หรือชื่อไฟล์ใกล้เคียงกัน อาจเกิดความสับสนระหว่างขั้นตอนเตรียมผลิตได้
แนวทางจัดไฟล์ก่อนส่งพิมพ์
- สร้างโฟลเดอร์เฉพาะสำหรับไฟล์ที่ต้องการผลิตจริง
- หลีกเลี่ยงการรวม Revision เก่าไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับฉบับ Final
- ตั้งชื่อไฟล์ให้มี Drawing Number หรือข้อมูลที่ตรวจสอบได้
- หากมี Drawing List ควรแนบมาด้วย
- ระบุจำนวนชุดของ Drawing แต่ละหมวดให้ชัดเจน
- กำหนดผู้ที่สามารถยืนยันไฟล์ฉบับสุดท้ายได้
พิมพ์เสร็จแล้วต้องพับ จัดชุด หรือเข้าเล่มหรือไม่
การเตรียมงานพิมพ์แบบแปลนควรคิดถึงขั้นตอนหลังพิมพ์ตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิต โดยเฉพาะโครงการที่มี Drawing จำนวนมาก เพราะรูปแบบการพับและการเรียงชุดมีผลต่อวิธีใช้งานและการส่งมอบเอกสาร
พับแบบ
ควรระบุขนาดหลังพับและวัตถุประสงค์ เช่น ใช้งานหน้างาน จัดแฟ้ม หรือเตรียมเข้าเล่ม
จัดชุด
หาก Drawing มีหลายหมวด ควรมี Drawing List หรือลำดับที่ชัดเจนเพื่อใช้ในการจัดชุด
เข้าเล่ม
ควรแจ้งจำนวนชุด รูปแบบปก ขนาดหลังพับ ลำดับเอกสาร และข้อความบนปกหรือสันก่อนดำเนินงาน
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอราคาพิมพ์แบบแปลน
การแจ้งเพียงว่า “ต้องการพิมพ์แบบ A1” ยังไม่เพียงพอสำหรับการประเมินงาน เพราะราคาและระยะเวลาดำเนินงานอาจขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า จำนวนชุด รูปแบบสี วัสดุ และขั้นตอนหลังพิมพ์
- ขนาด A0, A1, A2 หรือขนาดอื่น
- จำนวนหน้า
- จำนวนชุด
- สีหรือขาวดำ
- ไฟล์ PDF หรือ CAD
- ชนิดกระดาษหรือวัสดุ หากมีข้อกำหนด
- ต้องการพับหรือไม่
- ต้องการจัดชุดตาม Drawing List หรือไม่
- ต้องการเข้าเล่มหรือทำปกหรือไม่
- วันที่ต้องการใช้งาน
- วิธีรับงานหรือสถานที่จัดส่ง
หากเป็นงานหลายไฟล์หรือหลายหมวด การแนบ Drawing List พร้อมจำนวนชุดของแต่ละรายการช่วยให้ผู้ให้บริการตรวจสอบขอบเขตงานได้ชัดเจนขึ้นก่อนประเมินราคาและระยะเวลาดำเนินงาน
สรุปขั้นตอนเตรียมไฟล์ก่อนพิมพ์แบบแปลน
- ตรวจว่าไฟล์ที่จะพิมพ์เป็น Revision ล่าสุด
- ตรวจ Drawing Number และจำนวนหน้ากับ Drawing List
- ยืนยันขนาดกระดาษ A0, A1, A2 หรือขนาดอื่น
- ตรวจ Layout และ Scale
- หากส่ง CAD ให้ตรวจ Font, Plot Style และ External Reference
- หากส่ง PDF ให้ตรวจ Page Size และ Preview ทุกหน้า
- ยืนยันว่าจะพิมพ์สีหรือขาวดำ
- ระบุจำนวนชุด
- กำหนดรูปแบบการพับ จัดชุด หรือเข้าเล่ม
- แจ้งวันที่ต้องการใช้งานและรูปแบบการรับงาน
การตรวจข้อมูลเหล่านี้ก่อนส่งผลิตช่วยให้ทั้งผู้ส่งไฟล์และผู้ให้บริการใช้รายละเอียดชุดเดียวกันในการประสานงาน และช่วยลดการแก้ไขข้อมูลระหว่างขั้นตอนเตรียมงาน