• หน้าแรก
  • บทความ
  • พิมพ์แบบแปลนคืออะไร? ต่างจากถ่ายแบบแปลนและพิมพ์เขียวดิจิทัลอย่างไร
KNOWLEDGE ARTICLE
BMC KNOWLEDGE CENTER

พิมพ์แบบแปลนคืออะไร? ต่างจากถ่ายแบบแปลนและพิมพ์เขียวดิจิทัลอย่างไร

คำว่า “พิมพ์แบบแปลน” “ปริ้นแบบแปลน” “ถ่ายแบบแปลน” และ “พิมพ์เขียวดิจิทัล” มักถูกใช้ใกล้เคียงกัน แต่ต้นทางของเอกสารและขั้นตอนการผลิตอาจแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นแบบก่อสร้าง แบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง หรือแบบระบบที่ต้องตรวจขนาด Scale และ Revision ก่อนนำไปใช้งานจริง

บทความนี้อธิบายความแตกต่างของแต่ละคำ พร้อมแนวทางพิจารณาว่าควรเตรียมไฟล์ CAD, PDF หรือต้นฉบับกระดาษอย่างไร ก่อนผลิตแบบขนาด A0, A1, A2 หรือขนาดอื่นตามรายละเอียดของโครงการ

คำตอบแบบสั้น: “พิมพ์แบบแปลน” โดยทั่วไปหมายถึงการนำไฟล์ Drawing เช่น PDF หรือไฟล์จากโปรแกรม CAD มาพิมพ์เป็นแบบบนกระดาษ ส่วน “ถ่ายแบบแปลน” มักหมายถึงการทำสำเนาจากต้นฉบับกระดาษที่มีอยู่แล้ว ขณะที่คำว่า “พิมพ์เขียวดิจิทัล” ในการใช้งานทั่วไปปัจจุบันมักใช้เรียกงานพิมพ์แบบจากระบบดิจิทัล แทนกระบวนการทำพิมพ์เขียวแบบดั้งเดิม การเลือกวิธีจึงควรดูว่าต้นทางเป็นไฟล์ดิจิทัลหรือต้นฉบับกระดาษ รวมถึงต้องการรักษา Scale และรายละเอียดของแบบในระดับใด

พิมพ์แบบแปลนคืออะไร

การพิมพ์แบบแปลน คือการนำข้อมูล Drawing จากไฟล์ดิจิทัลมาผลิตเป็นเอกสารบนกระดาษหรือวัสดุตามขอบเขตบริการ เพื่อใช้สำหรับการตรวจแบบ การประชุม การประสานงาน การใช้งานในพื้นที่ก่อสร้าง หรือการจัดเตรียมเอกสารโครงการ

ไฟล์ต้นทางที่พบได้บ่อย ได้แก่ PDF และไฟล์จากโปรแกรมเขียนแบบหรือ CAD โดยไฟล์แต่ละประเภทมีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบต่างกัน

ไฟล์ PDF

เหมาะกับงานที่เจ้าของไฟล์ได้ตรวจ Layout และตั้งค่าหน้าสำหรับพิมพ์ไว้แล้ว เพราะผู้ส่งสามารถตรวจ Page Size, จำนวนหน้า และลักษณะของ Drawing ก่อนส่งผลิตได้ค่อนข้างตรงกับสิ่งที่ต้องการ

ไฟล์ CAD

ใช้เมื่อต้องอ้างอิงหรือจัดการจากไฟล์เขียนแบบต้นฉบับ โดยต้องให้ความสำคัญกับ Layout, Plot Style, Font, Xref, รูปภาพที่เชื่อมโยง และ Page Setup เนื่องจากข้อมูลบางส่วนอาจไม่ได้อยู่ภายในไฟล์ Drawing เพียงไฟล์เดียว

ดังนั้น การพิมพ์แบบแปลนไม่ควรมองเป็นเพียงการเลือกกระดาษ A0 หรือ A1 แต่ควรตรวจว่าข้อมูลในไฟล์พร้อมสำหรับการผลิตหรือไม่ และผลลัพธ์ที่ต้องการนำไปใช้งานในลักษณะใด

ถ่ายแบบแปลนคืออะไร

คำว่า “ถ่ายแบบแปลน” โดยทั่วไปใช้กับการทำสำเนาจากแบบที่มีอยู่ในรูปแบบกระดาษ เช่น มี Drawing A1 อยู่แล้วและต้องการทำสำเนาเพิ่มอีกหลายชุด โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากไฟล์ดิจิทัล

ในกรณีนี้ คุณภาพของสำเนาจะสัมพันธ์กับสภาพของต้นฉบับมากกว่างานที่พิมพ์จากไฟล์ดิจิทัลโดยตรง เพราะเครื่องต้องรับข้อมูลจากเอกสารที่มีอยู่จริง

ปัจจัยจากต้นฉบับที่ควรตรวจสอบ

  • ความคมชัดของเส้นและข้อความ
  • สีพื้นของกระดาษ
  • รอยพับของแบบเดิม
  • รอยเปื้อนหรือรอยดินสอ
  • ส่วนที่ซีดจากอายุของเอกสาร
  • เทปกาว รอยฉีก หรือความเสียหายบริเวณขอบ
  • ความเรียบของกระดาษ
  • ขนาดจริงของต้นฉบับ
ข้อควรเข้าใจ: การทำสำเนาจากต้นฉบับกระดาษไม่สามารถเพิ่มข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในต้นฉบับได้ หากเส้น ตัวหนังสือ หรือรายละเอียดเดิมซีดหรือเสียหาย คุณภาพของสำเนาจะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ยังสามารถอ่านได้จากเอกสารต้นทาง

พิมพ์เขียวดิจิทัลคืออะไร

คำว่า “พิมพ์เขียว” มีที่มาจากกระบวนการทำสำเนาแบบในอดีตที่ให้ลักษณะภาพแตกต่างจากการพิมพ์ดิจิทัลในปัจจุบัน แต่ในการสื่อสารทั่วไป ลูกค้าบางรายยังใช้คำว่า “พิมพ์เขียว” หรือ “พิมพ์เขียวดิจิทัล” เพื่อหมายถึงการพิมพ์แบบก่อสร้างหรือ Drawing ขนาดใหญ่จากไฟล์คอมพิวเตอร์

ในบริบทของงานปัจจุบัน คำว่า “พิมพ์เขียวดิจิทัล” จึงควรทำความเข้าใจร่วมกันว่าหมายถึงงานประเภทใด ต้องการพิมพ์จากไฟล์อะไร ใช้กระดาษขนาดใด และต้องการสีหรือขาวดำ

สรุป: คำว่า “พิมพ์เขียวดิจิทัล” ไม่ได้หมายความว่าชิ้นงานต้องมีพื้นสีน้ำเงินเหมือนกระบวนการพิมพ์เขียวแบบดั้งเดิมเสมอไป ในการใช้งานทางธุรกิจปัจจุบัน คำนี้มักถูกใช้เรียกบริการพิมพ์ Drawing หรือแบบก่อสร้างจากไฟล์ดิจิทัลในความหมายกว้าง

พิมพ์แบบแปลน ถ่ายแบบแปลน และพิมพ์เขียวดิจิทัล ต่างกันอย่างไร

หัวข้อ พิมพ์แบบแปลน ถ่ายแบบแปลน พิมพ์เขียวดิจิทัล
ต้นทาง ไฟล์ดิจิทัล เช่น PDF หรือ CAD ต้นฉบับกระดาษ โดยทั่วไปหมายถึงไฟล์ดิจิทัล
การควบคุมไฟล์ ตรวจ Layout, Page Size, Scale และ Revision ได้จากไฟล์ อ้างอิงตามสภาพต้นฉบับที่มีอยู่ ขึ้นอยู่กับไฟล์และระบบที่ใช้ผลิต
ปัจจัยด้านคุณภาพ คุณภาพและการตั้งค่าของไฟล์ต้นทาง คุณภาพและสภาพของต้นฉบับกระดาษ คุณภาพไฟล์และการตั้งค่าการพิมพ์
เหมาะกับ โครงการที่มีไฟล์ Drawing อยู่แล้ว งานที่มีเฉพาะสำเนากระดาษหรือต้องทำชุดเพิ่มจากต้นฉบับ คำเรียกทั่วไปของงานแบบที่ผลิตด้วยระบบดิจิทัล
สิ่งที่ต้องระวัง Scale, Font, Xref, Plot Style, Revision รอยพับ ความซีด รอยเปื้อน และความเสียหายของต้นฉบับ ควรระบุความต้องการจริงแทนการใช้ชื่อบริการเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น เมื่อสอบถามผู้ให้บริการ ควรอธิบายว่างานเริ่มจาก “ไฟล์” หรือ “กระดาษต้นฉบับ” มากกว่าการใช้เพียงคำว่าพิมพ์หรือถ่าย เพราะข้อมูลนี้มีผลต่อวิธีตรวจสอบและขั้นตอนการเตรียมงาน

ควรเลือกวิธีจากต้นฉบับแบบไหน

1

มี PDF พร้อมพิมพ์

ควรตรวจ Page Size, จำนวนหน้า, Revision และ Preview ก่อนส่งผลิต หากไฟล์ถูกจัดหน้าเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้เป็นต้นทางในการพิมพ์ได้โดยตรงตามรายละเอียดที่ยืนยัน

2

มีไฟล์ CAD

ควรตรวจ Layout, Plot Style, Font, Xref, รูปภาพที่ Link และ Page Setup ให้ครบ โดยเฉพาะเมื่อเปิดไฟล์บนเครื่องอื่น

3

มีเฉพาะแบบกระดาษ

สามารถประเมินการทำสำเนาหรือสแกนจากต้นฉบับได้ แต่ควรตรวจสภาพกระดาษ ขนาด รอยพับ และความชัดของรายละเอียดก่อน

4

มีทั้งไฟล์และกระดาษ

ควรตรวจว่าฉบับใดเป็น Revision ล่าสุดและกำหนดแหล่งอ้างอิงหลักให้ชัดเจนก่อนสั่งผลิต เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คนละเวอร์ชัน

A0 A1 A2 เกี่ยวข้องกับงานพิมพ์แบบแปลนอย่างไร

แบบก่อสร้างและ Drawing มักจัดหน้าตามมาตรฐานกระดาษตระกูล A Series เช่น A0, A1 และ A2 แต่การเลือกขนาดสำหรับผลิตควรอ้างอิงขนาด Layout ของไฟล์ต้นฉบับ ไม่ควรเลือกจากความสะดวกในการถือหรือประหยัดพื้นที่เพียงอย่างเดียว

ขนาด มิติ สิ่งที่ควรตรวจ
A0 841 × 1,189 มม. Layout, Scale, ขนาดรายละเอียด และรูปแบบการพับหลังพิมพ์
A1 594 × 841 มม. Original Page Size, Scale และความอ่านง่ายของรายละเอียด
A2 420 × 594 มม. ตรวจว่าการย่อจากขนาดใหญ่กว่าไม่ได้ทำให้ข้อความหรือ Dimension เล็กเกินไป
อย่าดูเฉพาะข้อความ Scale บน Title Block: หากไฟล์ A1 ถูกย่อให้พอดีกับกระดาษ A2 อัตโนมัติ Drawing ที่ได้บนกระดาษอาจไม่อยู่ในมาตราส่วนเดิม แม้ Title Block ยังระบุ Scale เดิมอยู่

อะไรมีผลต่อคุณภาพของงานพิมพ์แบบแปลน

แม้ไฟล์หรือเอกสารจะถูกเรียกว่า “แบบแปลน” เหมือนกัน แต่คุณภาพของข้อมูลต้นทางแตกต่างกันได้มาก การตรวจต้นฉบับก่อนผลิตจึงมีความสำคัญ

กรณีพิมพ์จากไฟล์

  • ความละเอียดและความครบถ้วนของไฟล์
  • Font และรูปแบบตัวอักษร
  • Lineweight และ Plot Style
  • รูปภาพหรือ External Reference
  • Page Size และ Orientation
  • Scale
  • Revision

กรณีทำสำเนาจากกระดาษ

  • ความคมชัดของต้นฉบับ
  • สีพื้นของกระดาษ
  • ความซีดของเส้น
  • รอยพับ
  • รอยเปื้อน
  • รอยฉีกหรือเทปกาว
  • สภาพและความเปราะของกระดาษ

ก่อนส่งพิมพ์แบบแปลน ควรตรวจสอบข้อมูลอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะเรียกงานว่า “พิมพ์แบบแปลน” “ปริ้นแบบ” หรือ “พิมพ์เขียวดิจิทัล” สิ่งสำคัญที่สุดคือการระบุรายละเอียดงานให้ครบ เพื่อให้ผู้ส่งและผู้ผลิตอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน

Checklist ก่อนส่งแบบ
  • ไฟล์หรือต้นฉบับที่ต้องการผลิต
  • Revision ล่าสุด
  • Drawing Number
  • ขนาด A0, A1, A2 หรือขนาดอื่น
  • Scale ที่ต้องการรักษา
  • สีหรือขาวดำ
  • จำนวนหน้า
  • จำนวนชุด
  • ชนิดกระดาษหรือข้อกำหนดวัสดุ
  • รูปแบบการพับ
  • ลำดับการจัดชุด
  • ความต้องการเข้าเล่ม
  • วันที่ต้องการใช้งาน

หากงานมี Drawing หลายหน้า การแนบ Drawing List สามารถช่วยใช้เป็นรายการตรวจสอบหมายเลขแบบ Revision และลำดับของเอกสารก่อนจัดชุด

ตัวอย่างการเลือกวิธีตามลักษณะงาน

กรณีที่ 1: วิศวกรมี PDF Final

ไฟล์ได้รับการตรวจและ Export เป็น PDF ตาม Layout แล้ว ควรตรวจ Page Size, Scale, Revision และจำนวนหน้าก่อนระบุจำนวนชุดที่ต้องการพิมพ์

กรณีที่ 2: ผู้รับเหมามีไฟล์ CAD

หากต้องพิมพ์จาก CAD ควรตรวจ Font, Xref, Plot Style, Layout และทรัพยากรที่ไฟล์อ้างอิง รวมถึงยืนยันว่าเป็น Revision ที่ต้องการใช้งานจริง

กรณีที่ 3: อาคารมีเฉพาะแบบกระดาษเก่า

ควรตรวจสภาพต้นฉบับก่อน โดยเฉพาะรอยพับ ความซีด ความเปราะ เทปกาว และความเสียหาย เพื่อประเมินว่าควรทำสำเนาหรือสแกนต้นฉบับก่อนจัดการในขั้นตอนถัดไป

สรุป: ควรเรียกพิมพ์แบบแปลนหรือถ่ายแบบแปลน?

หากต้นทางเป็นไฟล์ PDF หรือ CAD และต้องการผลิตออกมาเป็น Drawing บนกระดาษ คำว่า “พิมพ์แบบแปลน” เป็นคำที่เข้าใจได้ตรงกับลักษณะงานมากกว่า

หากมีต้นฉบับกระดาษอยู่แล้วและต้องการทำสำเนาเพิ่ม สามารถเรียกว่า “ถ่ายแบบแปลน” หรือทำสำเนาแบบได้

ส่วนคำว่า “พิมพ์เขียวดิจิทัล” มักใช้เป็นคำเรียกงานพิมพ์ Drawing ด้วยระบบดิจิทัลในความหมายทั่วไป ดังนั้นเมื่อติดต่อผู้ให้บริการ ควรแจ้งรายละเอียดจริงเพิ่มเติม ได้แก่ ต้นทางเป็นไฟล์หรือกระดาษ ขนาด จำนวนหน้า จำนวนชุด สีหรือขาวดำ Scale และรูปแบบหลังพิมพ์

การระบุข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าการใช้ชื่อบริการเพียงอย่างเดียว เพราะช่วยให้การตรวจไฟล์ ประเมินงาน และจัดเตรียมเอกสารอ้างอิงจากข้อมูลชุดเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพิมพ์และถ่ายแบบแปลน

พิมพ์แบบแปลนโดยทั่วไปหมายถึงการนำ Drawing จากไฟล์ดิจิทัล เช่น PDF หรือไฟล์ CAD มาผลิตเป็นเอกสารบนกระดาษตามขนาดและรายละเอียดที่กำหนด เพื่อใช้ตรวจแบบ ประชุม ประสานงาน ใช้ในหน้างาน หรือจัดทำเอกสารโครงการ

พิมพ์แบบแปลนมักเริ่มจากไฟล์ดิจิทัล ส่วนถ่ายแบบแปลนมักเป็นการทำสำเนาจากต้นฉบับกระดาษที่มีอยู่แล้ว คุณภาพของการถ่ายแบบจึงขึ้นอยู่กับสภาพของต้นฉบับกระดาษด้วย

ไม่จำเป็น ในการใช้คำทั่วไปในปัจจุบัน “พิมพ์เขียวดิจิทัล” มักใช้เรียกงานพิมพ์ Drawing หรือแบบก่อสร้างจากไฟล์ดิจิทัล ไม่ได้หมายความว่าชิ้นงานต้องมีลักษณะเหมือนกระบวนการพิมพ์เขียวแบบดั้งเดิม

หาก Drawing ได้รับการตรวจและจัด Layout สำหรับพิมพ์เรียบร้อยแล้ว PDF ช่วยให้ตรวจรูปแบบหน้าได้ง่าย ส่วนไฟล์ CAD เหมาะเมื่อยังต้องจัดการจากไฟล์ต้นฉบับ แต่ควรตรวจ Font, Plot Style, Xref, Layout และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องให้ครบ

สามารถประเมินการทำสำเนาหรือสแกนจากต้นฉบับกระดาษได้ตามขนาดและสภาพของเอกสาร แต่หากต้นฉบับเก่า เปราะ ซีด ฉีก มีรอยพับมาก หรือติดเทป ควรตรวจสภาพก่อนดำเนินการ

A0, A1 และ A2 เป็นขนาดกระดาษในตระกูล A Series โดย A0 มีขนาด 841 × 1,189 มม., A1 มีขนาด 594 × 841 มม. และ A2 มีขนาด 420 × 594 มม. การเลือกใช้ควรสัมพันธ์กับ Layout และ Scale ของ Drawing

ควรตรวจ Revision ทุกครั้ง โดยเฉพาะงานโครงการที่มีการแก้แบบหลายรอบ ควรแยกไฟล์ Final ออกจากไฟล์เก่าและตรวจ Drawing Number กับ Drawing List ก่อนสั่งผลิตหลายชุด

หากย่อ Drawing A1 ให้พอดีกับ A2 ขนาดของ Drawing บนกระดาษจะเปลี่ยน และ Scale ที่พิมพ์จริงอาจไม่ตรงกับ Scale เดิมบน Title Block จึงควรตรวจ Print Setting ก่อนนำแบบไปใช้อ้างอิงด้านระยะ

แชร์บทความ