• หน้าแรก
  • บทความ
  • พับแบบแปลนเป็น A4 หรือ A3 แบบไหนดี? เลือกอย่างไรให้ใช้งานและเข้าเล่มสะดวก
KNOWLEDGE ARTICLE
BMC KNOWLEDGE CENTER

พับแบบแปลนเป็น A4 หรือ A3 แบบไหนดี? เลือกอย่างไรให้ใช้งานและเข้าเล่มสะดวก

แบบแปลนขนาด A0, A1 หรือ A2 มักต้องพับหลังพิมพ์เพื่อให้จัดเก็บ หยิบใช้งาน จัดชุด หรือเข้าเล่มได้สะดวกขึ้น แต่การเลือกว่าจะพับเป็นขนาด A4 หรือ A3 ไม่ควรดูเพียงว่าแบบไหนเล็กกว่า เพราะต้องพิจารณาว่าเอกสารจะถูกใช้งานแบบใดและต้องเข้าเล่มหรือไม่

บทความนี้ช่วยแยกว่าพับเป็น A4 และ A3 ต่างกันอย่างไร พร้อมสิ่งที่ควรเตรียมก่อนสั่งพับแบบจำนวนมาก

ถ้าต้องเข้าเล่มหรือจัดเก็บเป็นชุด A4 มักจัดการง่ายกว่า

การพับแบบขนาดใหญ่ให้มีขนาดหลังพับใกล้ A4 เหมาะกับชุดเอกสารที่ต้องนำไปรวมกับเอกสาร A4 อื่น หรือจัดเก็บในแฟ้มและเล่มที่ออกแบบสำหรับขนาดดังกล่าว

ส่วนการพับเป็น A3 ให้พื้นที่หน้าพับใหญ่กว่า จึงเหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องการเปิดดู Drawing บ่อยและไม่ต้องการพับย่อยมากเท่า A4

ก่อนเลือกควรทราบขนาดต้นฉบับก่อน หากยังไม่แน่ใจสามารถดู ขนาดแบบแปลน A0 A1 A2 ต่างกันอย่างไร ได้

พับแบบแปลนเป็น A4 หรือ A3 แบบไหนดี?
คำตอบแบบสั้น: หากต้องการจัดเก็บแบบร่วมกับเอกสารทั่วไปหรือเข้าเล่มขนาดใกล้ A4 การพับเป็น A4 มักจัดชุดได้สะดวกกว่า ส่วน A3 เหมาะเมื่ออยากลดจำนวนรอยพับและต้องการเปิดดู Drawing ในขนาดใหญ่ขึ้น การเลือกควรดูขนาดต้นฉบับ วิธีใช้งาน รูปแบบเข้าเล่ม จำนวนชุด และตำแหน่ง Title Block ร่วมกัน

พับแบบเป็น A4 กับ A3 ต่างกันอย่างไร

ประเด็น พับเป็น A4 พับเป็น A3
ขนาดหลังพับ กะทัดรัดกว่า ใหญ่กว่า A4
การจัดเก็บ เหมาะกับแฟ้มและชุดเอกสารขนาด A4 ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น
จำนวนรอยพับ โดยทั่วไปมีการพับย่อยมากกว่า มักมีรอยพับน้อยกว่าเมื่อเทียบต้นฉบับเดียวกัน
การเปิดดู ต้องคลี่มากขึ้นสำหรับ Drawing ขนาดใหญ่ เปิดดูพื้นที่ Drawing ได้กว้างกว่าในบางลักษณะงาน
การเข้าเล่ม เหมาะเมื่อชุดเอกสารต้องการรูปแบบใกล้ A4 เหมาะกับชุดที่ตั้งใจทำเป็น A3

เมื่อไรควรเลือกพับแบบเป็น A4

ต้องจัดเก็บร่วมกับเอกสาร A4

หากชุดโครงการมีทั้ง Drawing และเอกสารข้อความ การพับแบบให้อยู่ในขนาดใกล้เคียงกันช่วยให้จัดชุดและจัดเก็บเป็นระบบได้ง่ายขึ้น

ต้องนำไปเข้าเล่ม

หากรูปแบบเล่มถูกกำหนดให้เป็น A4 การพับ Drawing ให้สัมพันธ์กับขนาดเล่มควรถูกระบุตั้งแต่ก่อนผลิต

ต้องแจกหลายชุด

งาน Tender, Site Copy หรือชุดเอกสารโครงการบางประเภทอาจมีหลายชุด การกำหนดขนาดหลังพับแบบเดียวกันช่วยให้จัดชุดสะดวกขึ้น

ต้องการขนาดจัดเก็บกะทัดรัด

A4 ใช้พื้นที่จัดเก็บน้อยกว่า A3 จึงเหมาะกับงานที่ต้องเก็บชุดเอกสารจำนวนมากในแฟ้มหรือตู้เอกสาร

เมื่อไรพับเป็น A3 อาจเหมาะกว่า

A3 เป็นขนาดหลังพับที่ใหญ่กว่า จึงไม่ได้เหมาะกับการจัดเก็บทุกแบบ แต่สามารถตอบโจทย์งานที่ให้ความสำคัญกับการเปิดดูเอกสารได้สะดวกขึ้น

ต้องเปิด Drawing บ่อย

เมื่อขนาดหลังพับใหญ่ขึ้น ผู้ใช้งานอาจคลี่เอกสารน้อยขั้นกว่า A4 ในบางรูปแบบการพับ

จัดชุดสำหรับประชุมหรือใช้งานเฉพาะ

หากเอกสารไม่ได้ต้องรวมกับชุด A4 และพื้นที่จัดเก็บไม่ใช่ข้อจำกัดหลัก A3 สามารถเป็นอีกทางเลือกได้

พับ A1 หรือ A0 ลง A4 ทำได้อย่างไร

หลักการคือแบ่งพื้นที่ของกระดาษด้วยแนวพับหลายช่วงจนได้ขนาดหลังพับใกล้กับรูปแบบที่ต้องการ โดยต้องคำนึงถึงด้านของ Title Block และวิธีเปิดเอกสารภายหลัง

จำนวนและทิศทางรอยพับจะแตกต่างกันตามขนาดต้นฉบับและรูปแบบที่กำหนด จึงไม่ควรสั่งเพียงว่า “พับให้เล็ก” หากต้องนำไปเข้าเล่มหรือจัดส่งตามมาตรฐานของโครงการ

ควรแจ้งให้ชัด: หากมีข้อกำหนดเรื่องทิศทาง Title Block, ด้านสำหรับเข้าเล่ม หรือขนาดสุดท้ายหลังพับ ควรส่งตัวอย่างหรือ Spec มาพร้อมงาน

Title Block ควรอยู่ตรงไหนหลังพับ

Title Block เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเห็น Drawing Number, Drawing Title, Revision และข้อมูลโครงการ

สำหรับชุดที่ต้องค้น Drawing จากกองเอกสารหรือเล่ม การจัดทิศทางการพับให้สามารถมองเห็น Title Block ตามรูปแบบที่กำหนดจะช่วยให้ตรวจเอกสารได้สะดวกขึ้น

ก่อนสั่งพับจำนวนมาก: ควรตรวจตัวอย่างอย่างน้อยจาก Layout จริงว่าเมื่อพับแล้ว Title Block อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ และด้านเข้าเล่มสัมพันธ์กับการเปิด Drawing

พับแบบแล้ว Scale เปลี่ยนหรือไม่

การพับกระดาษอย่างเดียวไม่ได้เปลี่ยนขนาดของ Drawing ที่พิมพ์อยู่บนกระดาษ เพราะไม่มีการย่อหรือขยายเนื้อหา

สิ่งที่ทำให้ Scale เปลี่ยนคือขั้นตอนการพิมพ์ เช่น การย่อ A1 ลง A2 หรือใช้ Fit to Page ไม่ใช่การพับหลังจากพิมพ์เสร็จแล้ว

หากงานต้องรักษา Scale ควรตรวจตั้งแต่ก่อนพิมพ์ตาม คู่มือ Scale แบบแปลนและการเปลี่ยนขนาดกระดาษ

พับก่อนจัดชุด หรือจัดชุดก่อนพับ?

ขั้นตอนจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบงานและระบบผลิต แต่จากมุมของผู้ส่งไฟล์ สิ่งสำคัญกว่าคือการกำหนดลำดับ Drawing ให้ชัดก่อนเริ่มงานหลังพิมพ์

หากชุดหนึ่งมี 40 Drawing และต้องการ 5 ชุด ควรมี Master Drawing List ที่บอกลำดับของทุกหน้า เพื่อให้แต่ละชุดอ้างอิงรายการเดียวกัน

สามารถดูวิธีจัดรายการจาก Drawing List คืออะไร และช่วยจัดชุดแบบอย่างไร

ถ้าจะเข้าเล่ม ต้องคิดอะไรตั้งแต่ก่อนพับ

ขนาดเล่ม

ต้องการ A4 หรือ A3 เพราะมีผลโดยตรงต่อขนาดหลังพับของ Drawing

ด้านเข้าเล่ม

ควรระบุว่าต้องการให้เอกสารเปิดจากด้านใด และ Title Block ต้องอยู่ตำแหน่งใดเมื่อพับเสร็จ

จำนวน Drawing ต่อเล่ม

ชุดที่มี Drawing จำนวนมากควรตรวจความหนารวมร่วมกับรูปแบบการเข้าเล่มก่อนกำหนด Final Set

แบบหลายขนาดอยู่ในเล่มเดียวกันได้หรือไม่

ได้ หากรูปแบบการพับและขนาดหลังพับถูกกำหนดให้สัมพันธ์กัน เช่น ในชุดหนึ่งอาจมี A0, A1 และ A2 แต่พับทั้งหมดเพื่อจัดเข้าสู่เล่มขนาดเดียวกัน

สิ่งที่ต้องระวังคือแต่ละขนาดมีจำนวนแนวพับต่างกัน ทำให้ความหนาและลักษณะเมื่อเปิดเอกสารแตกต่างกัน

สำหรับงานหลายขนาด: ควรแยกจำนวน A0, A1, A2 ใน Drawing List และระบุว่าทุกขนาดต้องพับเข้าสู่เล่มเดียวกันหรือไม่

มีแบบ A0 A1 A2 หลายขนาด และยังไม่แน่ใจว่าจะพับ A4 หรือ A3?

สามารถสรุปจำนวน Drawing แต่ละขนาด จำนวนชุด และรูปแบบการใช้งาน เช่น จัดแฟ้ม เข้าเล่ม ใช้หน้างาน หรือส่งมอบโครงการ เพื่อให้ทีม BMC ใช้ประกอบการตรวจขอบเขตงานเบื้องต้น

หากมีตัวอย่างรูปแบบการพับหรือ Spec จากโครงการ สามารถแนบมาพร้อม Drawing List เพื่อให้รายละเอียดชัดเจนขึ้น

ก่อนสั่งพับแบบจำนวนมาก ควรตรวจอะไรบ้าง

  1. ตรวจขนาดต้นฉบับ A0/A1/A2
  2. กำหนดขนาดหลังพับ A4 หรือ A3
  3. ตรวจทิศทางของ Drawing
  4. ตรวจตำแหน่ง Title Block
  5. กำหนดด้านเข้าเล่ม
  6. ตรวจ Drawing Number
  7. ตรวจ Revision
  8. กำหนดลำดับจาก Drawing List
  9. ระบุจำนวนชุด
  10. ระบุว่าจะเข้าเล่มหรือไม่
  11. ระบุจำนวนเล่ม
  12. แจ้งข้อกำหนดเฉพาะของโครงการ หากมี

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรแจ้งร้านพิมพ์

ตัวอย่าง:

แบบก่อสร้าง PDF Final
A1 จำนวน 35 Drawing
A0 จำนวน 5 Drawing
จำนวน 4 ชุด
ขาวดำทั้งหมด
พับเป็น A4
จัดเรียงตาม Drawing List
Title Block ให้อยู่ด้านหน้าตามตัวอย่าง
เข้าเล่ม 4 เล่ม
แนบตัวอย่างรูปแบบการพับและ Drawing List

ข้อมูลแบบนี้ชัดกว่าการระบุเพียงว่า “พิมพ์แล้วพับ A4” เพราะผู้ผลิตจะเห็นทั้งจำนวน ขนาด และรูปแบบปลายทางที่ต้องการ

พับ A4 หรือ A3 แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีขนาดที่ดีกว่าสำหรับทุกงาน เพราะต้องดูการใช้งานปลายทาง หากต้องรวมเอกสารเป็นเล่มหรือแฟ้มขนาด A4 การพับ A4 มักเข้ากับชุดเอกสารได้ง่ายกว่า แต่หากต้องการเปิด Drawing บ่อยและมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอ A3 อาจเหมาะกว่าในบางงาน

สิ่งสำคัญคือกำหนดขนาดหลังพับก่อนเริ่มผลิตจำนวนมาก ไม่ควรเลือกหลังจากพิมพ์ทุกหน้าเสร็จแล้วหากมีข้อกำหนดเรื่องการจัดชุดหรือเข้าเล่ม

ถ้าต้องขอราคา ควรแจ้งเรื่องพับตั้งแต่ต้นหรือไม่

ควรแจ้งตั้งแต่ต้น เพราะงานพับและเข้าเล่มเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงานหลังพิมพ์ โดยเฉพาะเมื่อมี Drawing หลายสิบหน้าและหลายชุด

ก่อนส่งรายละเอียดสามารถดู Checklist เตรียมข้อมูลก่อนขอราคาพิมพ์แบบจำนวนมาก เพื่อรวบรวมขนาด จำนวนหน้า จำนวนชุด และงานหลังพิมพ์ให้ครบ

มีแบบแปลนที่ต้องพิมพ์ พับ จัดชุด หรือเข้าเล่ม?

สามารถส่ง Final Drawing และ Drawing List ให้บริษัท บีเอ็มซี (ไทยแลนด์) จำกัด ตรวจสอบขอบเขตงานเบื้องต้น โดยระบุขนาดต้นฉบับ จำนวน Drawing จำนวนชุด และต้องการพับเป็น A4 หรือ A3

หากมีข้อกำหนดเรื่อง Title Block ด้านเข้าเล่ม รูปแบบปก หรือการจัดลำดับเอกสาร แนะนำให้ส่งตัวอย่างหรือรายละเอียดมาพร้อมกันก่อนประเมินงาน

ราคา รูปแบบงานหลังพิมพ์ ระยะเวลาดำเนินงาน และกำหนดรับงานจะยืนยันหลังทีมงานตรวจสอบรายละเอียดและคิวผลิต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพับแบบแปลน

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากต้องจัดเก็บหรือเข้าเล่มร่วมกับเอกสาร A4 การพับเป็น A4 มักสะดวกกว่า ส่วน A3 เหมาะกับงานที่ต้องการขนาดหลังพับใหญ่ขึ้นและลดจำนวนรอยพับในบางรูปแบบ

สามารถกำหนดรูปแบบการพับให้มีขนาดหลังพับใกล้ A4 ได้ โดยจำนวนแนวพับจะขึ้นอยู่กับขนาดต้นฉบับและข้อกำหนดของงาน

ไม่เปลี่ยนจากการพับเพียงอย่างเดียว เพราะ Drawing บนกระดาษไม่ได้ถูกย่อหรือขยาย Scale จะเปลี่ยนเมื่อมีการ Scaling ในขั้นตอนพิมพ์ เช่น ย่อขนาดหรือใช้ Fit to Page

หากโครงการต้องการให้ค้น Drawing Number และ Revision จากแบบที่พับแล้ว ควรกำหนดทิศทางการพับให้ Title Block อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับการใช้งานตามรูปแบบที่กำหนด

สามารถจัดแบบ A0 A1 A2 ให้มีขนาดหลังพับสัมพันธ์กับเล่มเดียวกันได้ตามรูปแบบงาน แต่ควรตรวจจำนวนหน้า ความหนาของชุด และข้อกำหนดการเข้าเล่มก่อนผลิต

ควรแจ้งหากทราบความต้องการ เพราะการพับ จัดชุด และเข้าเล่มเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงานหลังพิมพ์ โดยเฉพาะงานที่มีหลายหน้าและหลายชุด

แชร์บทความ